วันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2556

หาเงินในอเมซอน(Amazon)คืออย่างไร? ดีอย่างไร? ทำเงินให้เราได้อย่างไร?




อเมซอนคือเว็บอะไร?
อเมซอน เป็นเว็บไซต์ที่ที่โด่งดังและใหญ่มากติดอันดับต้นๆของเว็บไซต์โลกเลยทีเดียว (หากจำไม่ผิด น่าจะอยู่ประมาณอันดับที่ 27 ของโลก ) มีชื่อเสียงทางด้านขายหนังสือ ขาย DVD หนัง  ดังนั้นคนทั่วโลกจะเป็นที่รู้จักกันดี ว่า เว็บอเมซอนขายหนังสือ แต่ปัจจุบัน อเมซอนได้ขายของทุกอย่าง มีทุกหมวดหมู่ของสินค้า    นอกจากนั้นอเมซอนยังสามารถให้เรามีโอกาส สร้างรายได้ โดยการเป็นผู้แนะนำ (Affiliate) ให้ คนอื่นไห้เข้ามาซื้อสินค้าในเว็บอเมซอน ซึ่งรวมๆแล้วมีสินค้ามากกว่า 1.8 ล้านรายการเลยทีเดียว  และเมื่อมีคนมาซื้อสินค้าโดยผ่านการแนะนำมาจากเรา  เราก็จะได้ผลตอบแทน (Commission) 4%-10% เนื่องจากว่าชื่อเสียงของอเมซอนโด่งดัง ดังนั้นการขายสินค้าของอเมซอนก็จะขายได้ง่าย เพราะว่ามีความน่าเชื่อถือสูง




Amazon นี้ละครับ ที่เราสามารถจะหาเงินจากมันได้ โดยการทำ Affiliate Program ครับ คือการทำการตลาดให้กับสินค้าที่มีขายอยู่บนเว็บครับ แล้วเราก็จะได้ค่าตอบแทนเป็นค่าคอมมิสชั่น เราลองมาดูจุดเด่น จุดด้อยในการทำ Affiliate กับ Amazon กันครับ

- การขายของบน Amazon เราไม่ต้องทำอะไรมากมายครับ สินค้าก็มีอยู่แล้วเราไม่จำเป็นต้องหา ไม่ต้องสต๊อกสินค้า ไม่ต้องจัดส่งของ

- ชื่อเสียงของ Amazon สามารถทำให้ผู้ซื้อและผู้ที่ทำ Affiliate Program สามารถมั่นใจกับเว็บนี้ได้ครับ โดยที่ผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ส่วนใหญ่ก็มักจะซื้อกับทาง Amazon จึงทำให้โอกาสที่เราสามารถขายสินค้าได้นั้นมีสูงครับ นอกจากนั้นทางผู้ที่ทำ Affiliate Program ยังมั่นใจได้อีกว่าจะได้รับค่าคอมมิสชั่นอย่างแน่นอน

- มีสินค้าที่หลากหลาย ทำให้ครอบคลุมความต้องการของผู้ซื้อ นั่นก็หมายความว่าเป็นการเพิ่มโอกาสในการซื้ออีกด้วย แน่นอนครับเราก็จะมีโอกาสได้ค่าคอมมิสชั่นเพิ่มมากขึ้น
- มีการคิดอัตราค่าคอมมิสชั่นแบบก้าวหน้า คือ ยิ่งเราขายได้มากเท่าใด ค่าคอมมิสชั่นของเราจะยิ่งได้เพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณครับ

- มีเครื่องมือที่ช่วยในการทำการขายสินค้าที่มากมาย เช่น แบนเนอร์ Widget นอกจากนั้นยังสามารถสร้างเว็บไซต์ร้านค้าของเราขึ้นจาก Amazon ได้อีกด้วย

- สามารถวัดผลได้ ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้า ขายได้จากไหน จากเว็บไซต์อะไร มีคนคลิ๊กเข้ามาดูเท่าไหร่


ประวัติความเป็นมา AMAZON

(www.amazon.com) เป็นร้านขายหนังสือออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก Amazon ได้กลายเป็นชื่อที่ทุกคนในวงการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์รู้จักกันเป็นอย่างดี Jeff Bezos ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารสูงสุดของบริษัทได้กลายเป็นแบบอย่างของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเอาดีในธุรกิจอินเตอร์เน็ต และจากการสำรวจของ Forbes ได้จัดอันดับให้ Jeff Bezos ติดอันดับคนที่รวยที่สุดในอเมริกาอันดับที่ 42 โดยมีทรัพย์สิน 4.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

Amazon เริ่มเปิดดำเนินการในเดือนกรกฎาคมปี 1995 โดยเริ่มจากการขายหนังสือผ่านทางอินเตอร์เน็ต ทันทีที่เปิดร้าน Amazon ประชาสัมพันธ์ตัวเองว่าเป็นร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีหนังสือให้เลือกซื้อได้ถึงกว่าล้านเล่ม การขายหนังสือผ่านอินเตอร์เน็ตทำให้ Amazon ไม่จำเป็นต้องลงทุนในเรื่องพนักงานขายและร้านค้า และสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วจนในเดือนเมษายนปี 2000 Amazon มีลูกค้ารวม 20 ล้านคนจากกว่า 160 ประเทศทั่วโลก

ต่อมา Amazon ได้เริ่มขยายตัวไปยังธุรกิจประเภทอื่น ๆ โดยเปิดขายสินค้าประเภทดนตรี: CD ในเดือนมิถุนายนปี 1998 เปิดขายวิดีโอและของขวัญในเดือนพฤศจิกายน ปีเดียวกัน ในปี 1999 Amazon ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วต่อไป โดยเปิดการประมูลสินค้าระหว่างบุคคล และให้ผู้ค้าปลีกรายย่อยสามารถมาตั้งร้านภายใน Amazon ได้โดยใช้ชื่อว่า zShops พร้อมกับเพิ่มสินค้าชนิดต่าง ๆ เข้าไปมากมาย จนปัจจุบัน Amazon ใช้สโลแกนว่า ™ ประเภทของสินค้าที่ Amazon ขายในปัจจุบันมีดังนี้ หนังสือ CD เพลง DVD วิดีโอ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซอฟต์แวร์ ของเล่น วิดีโอเกมส์ สินค้าสุขภาพและความงาม ศิลปะและของสะสม เครื่องครัว อุปกรณ์และเครื่องตกแต่งสวน เครื่องมือที่ใช้ในบ้าน และยังมีร้าน zShops ซึ่งมีผู้จำหน่ายรายย่อยเข้าร่วมจำนวนมากและมีสินค้าที่ขายอยู่อย่างหลากหลาย พร้อมกับส่วนการประมูลหรือ Auction ซึ่งทำให้บุคคลธรรมดาสามารถนำสิ่งของของตนไปประมูลขายหรือหาซื้อสินค้าจากผู้อื่นได้

บริษัทมีรายชื่อหนังสือ เพลง ดีวีดี วิดีโอเทป เครื่องใช้ไฟฟ้า ของเล่น เกมส์ และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขายรวมกันมากกว่า 1.8หมื่นล้านรายการ Amazon ยังขยายธุรกิจไปในต่างประเทศอีก 6 ประเทศ คือ อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น จีน แคนาดา

ในปี 1999 บริษัทมีลูกค้ามากกว่า 17 ล้านรายกระจายอยู่ในประเทศต่างๆ มากกว่า 150 ประเทศ และมีรายได้จากการประกอบธุรกิจถึง 1.64 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 610 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ 148 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 1998และ 1997 ตามลำดับ

สินค้าของ Amazon ที่มีการซื้อขายมาก ได้แก่ หนังสือ ซีดีเพลง ดีวีดี วิดีโอเทป เครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องคอมพิวเตอร์ ตุ๊กตา ของเล่น ของที่ระลึก เครื่องแก้ว เครื่องประดับ และอื่นๆ

Organization Direction Development Vision

เป็นร้านค้าปลีกทางอินเตอร์เน็ต ที่ขายสินค้าทุกอย่าง ที่มีขายผ่านทางอินเตอร์เน็ต

Missionธุรกิจของเรา คือ ร้านค้าปลีกทางอินเตอร์เน็ต

ลูกค้าของเรา คือ ประชากรทั่วโลก (World’s population)

คุณค่าที่ให้กับลูกค้า คือ ให้บริการในการขายสินค้าได้รวดเร็วที่สุด ง่ายที่สุด

ธุรกิจของเราควรเป็นอย่างไร

เป็นร้านปลีกทางอินเตอร์เน็ตแก่ประชากรทั่วโลก โดยเป็นผู้นำในร้านค้าปลีกทางอินเตอร์เน็ต และให้บริการในด้านการขายสินค้าได้รวดเร็วที่สุด ง่ายที่สุด

“วิสัยทัศน์ของเราคือการเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าที่จะเข้ามาหาและค้นพบทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาต้องการซื้อผ่านอินเตอร์เน็ต” ซึ่งเป็นคำกล่าว Joe Galli, COO ของ Amazon ได้ สรุปเอาแก่นของธุรกิจของ Amazon เอาไว้ได้เป็นอย่างดี ธุรกิจของ Amazon ไม่ใช่เป็นเพียงการค้าปลีกธรรมดาเท่านั้น แต่คือการอำนวยให้ผู้คนต่าง ๆ สามารถค้นหาสินค้าที่ต้องการได้ดีที่สุด ไม่ว่าสินค้านั้น Amazon จะขายเองหรือเป็นสินค้าของผู้ขายใน zShops หรือส่วนการประมูล เพราะในที่สุดแล้ว Amazon ย่อมสามารถสร้างรายได้ได้จากการขายในทุกประเภท ไม่ว่าจะในทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม

ขั้นตอนในการประกอบธุรกิจ

ลูกค้าสามารถใช้เว็บไซต์ของ Amazon ในการสืบค้นรายชื่อสินค้า ราคา ผู้แต่ง สำนักพิมพ์ และข้อมูลอื่นๆ โดยยังไม่ต้องลงทะเบียนเป็นสมาชิก อย่างไรก็ตามลูกค้าอาจเลือกที่จะลงทะเบียนเป็นสมาชิกของ Amazon เลย เพื่อประโยชน์ต่างๆ เช่นการได้รับส่วนลดพิเศษ และได้รับข้อมูลหนังสือและสินค้าอื่นๆ ที่อยู่ในความสนใจ เป็นต้นขั้นตอนการซื้อหนังสือผ่าน Amazon มีดังต่อไปนี้

1. เมื่อลงทะเบียนเป็นสมาชิกของ Amazon แล้ว ลูกค้าสามารถสืบค้นสินค้าต่างๆ ตามที่ต้องการ

2. เมื่อพบสินค้าที่ต้องการ ลูกค้าสามารถที่จะดูข้อมูลเบื้องต้นของสินค้า เช่น ผู้แต่ง ราคา สารบัญ คำนำ บทวิจารณ์ และสำนักพิมพ์ เป็นต้น

3. เมื่อลูกค้าตกลงใจที่จะซื้อสินค้าโดยการเลือกสินค้าใส่ตะกร้า (Add to Cart) ลูกค้าจะต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว อย่างไรก็ตามลูกค้าที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิกอยู่แล้ว ไม่ต้องให้ข้อมูลในส่วนนี้เพิ่มเติมอีก

4. เมื่อได้ข้อมูลที่จำเป็นครบถ้วนแล้ว บริษัทจะแสดงราคารวมทั้งหมดซึ่งรวมค่าส่ง (Shipping and Handling) และภาษี (Tax) โดยลูกค้าที่อยู่ในต่างประเทศไม่ต้องเสียภาษี หลังจากนั้นลูกค้าจะต้องกรอกหมายเลขบัตรเครดิต

5. เมื่อลูกค้าชำระเงินเรียบร้อยแล้ว บริษัทจะแจ้งรหัสการสั่งสินค้าให้แก่ลูกค้า เพื่อใช้อ้างอิงในการติดตามความก้าวหน้าของการสั่งซื้อสินค้าและจัดส่งสินค้า

6. เมื่อได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าแล้ว ข้อมูลคำสั่งซื้อดังกล่าวจะถูกส่งให้ศูนย์กระจายสินค้าของ Amazon ซึ่งจะเป็นผู้จัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้า โดยการจัดส่งสินค้าจะใช้บริการจากบริษัทขนส่งพัสดุต่างๆ เช่น บริษัท UPS และไปรษณีย์สหรัฐฯ เป็นต้น

7. ในกรณีที่ศูนย์กระจายสินค้าไม่มีสินค้าอยู่ในคลังสินค้า ข้อมูลการสั่งซื้อจะถูกส่งอย่างอัตโนมัติไปยังSupplierซึ่งเป็นบริษัทค้าส่งหนังสือรายใหญ่ เช่น InGram ให้จัดส่งสินค้าโดยตรงให้แก่ลูกค้า

Technology

Amazon ใช้เทคโนโลยีของ Oracle ทั้งโปรแกรมประยุกต์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำเว็บไซต์ (Web Application) ฐานข้อมูล (Database) การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource) และโปรแกรมบริหารระบบการเงิน (Finance) โดยมีขนาดของ database ใหญ่เป็นอันดับที่ หก ของโลก

สมัครอเมซอน คลิกที่นี่ https://affiliate-program.amazon.com

วิธี ที่จะทำให้คุณได้รับเงินค่า commission เร็วขึ้น จาก Amazon
ทราบกันดีว่าทุกท่านยังเลือกวิธีการให้ Amazon จ่ายเงินเป็น check อยู่..
แต่ผมได้ลองรับเงินอีกแบบหนึ่ง โดยเลือกแบบ Direct Deposit
วิธีนี้เราจะได้รับเงิน ภายใน 2-3 วัน ซึ่งรวดเร็วกว่า check มาก และเงินเราเข้าไป
รอในบัญชีธนาคารเลย.. ไม่ต้องรอ check ซึ่งใช้เวลาอย่างน้อยๆ 1 อาทิตย์ กว่า check จะมาถึงมือเรา


  1. เราต้องมีบัญชี ธนาคารกรุงเทพ (BANGKOK BANK) เสียก่อน ทำไมต้องเป็นธนาคาร นี้? เพราะธนาคารกรุงเทพเรามีสาขาอยู่ที่ New York (NEW YORK BRANCH) สหรัฐอเมริกา ซึ่งจะทำให้ Amazon ส่งเงินผ่านทางสาขาที่โน่นเข้าบัญชีเราได้
  2. Login เข้า Affiliate central : Click ที่ “Account Setting” แล้วเลือก Change Your payment method
  3. เลือก “Pay me by direct deposit” แล้วกด Edit
  4. ในช่อง Bank name ให้ใส่ BANGKOK BANK
  5. Bank Account Type เลือกเป็น Savings
  6. Bank Account Number : ใส่หมายเลขบัญชีธนาคารในไทยของคุณ
  7. Routing Number : ให้ใส่ 026008691
  8. แล้วกด Save change
  9. เป็นอันเสร็จ



เมื่อมีข้อดีแล้วเรามารู้จักข้อด้อยของอเมซอนกันสักนิด

- สินค้าหลายอย่างที่มีราคาค่อนข้างต่ำ จึงทำให้ค่าคอมมิสชั่นต่ำลงไปด้วย และหากเราไปทำการตลาดผ่านทาง Adword หรืออื่นๆที่ต้องมีต้นทุน จะทำให้เราขาดทุนได้ครับ

- ทาง Amazon มีการเก็บ Cookie เพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้นครับ นั่นหมายความว่าเราต้องทำให้คนที่เข้ามาชมซื้อสินค้าทันทีหรือภายใน 24 ชั่วโมง ถ้าเกินเวลาเราก็จะไม่ได้ค่าคอมมิสชั่นครับ

ไม่มีความคิดเห็น: